
ท่ามกลางปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง การเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของลูกหนี้รายย่อยยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มที่มียอดหนี้ไม่สูงมาก แต่ขาดโอกาสในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้หรือปิดบัญชีได้ด้วยตนเอง
นับจากนี้การแก้ปัญหาหนี้ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ล่าสุดบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ในบทบาท “SAM Social AMC” กำลังพยายามเปลี่ยนภาพการแก้หนี้รูปแบบเดิม ด้วยการเปิดระบบ Smart Self Service ผ่าน LINE @samsocialamc ให้ลูกหนี้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” สามารถจัดการทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ตั้งแต่ตรวจสอบสิทธิ์ สมัคร ยืนยันตัวตน เลือกมาตรการชำระหนี้ ไปจนถึงลงนามสัญญาและชำระเงินปิดบัญชี
การใช้ LINE ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้ว จึงกลายเป็นช่องทางที่ทำให้การเข้าถึงมาตรการแก้หนี้ดูง่ายขึ้น และใกล้ตัวมากขึ้นกว่าการเดินทางไปสาขาหรือทำเอกสารหลายขั้นตอนแบบเดิม

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ SAM ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือ ทำให้การแก้หนี้เป็นเรื่องที่ “เข้าถึงได้จริง”สามารถเลือกแนวทางจัดการภาระหนี้ด้วยตนเองได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ง่ายดาย ปลอดภัย และเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ด้วยตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนว่า การแก้ปัญหาหนี้ในปัจจุบัน ไม่ได้มองเพียงมิติทางการเงิน แต่เริ่มเชื่อมโยงไปถึงคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของครอบครัว เพราะเมื่อคนหนึ่งคนหลุดจากภาระหนี้ ก็อาจหมายถึงการฟื้นตัวของทั้งครัวเรือน และส่งผลต่อกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจโดยรวม
เปิด 6 ขั้นตอนจัดการหนี้ด้วยตนเอง
สำหรับขั้นตอนการจัดการหนี้ด้วยตนเองผ่านช่องทางไลน์ มีดังนี้ 1. เพิ่มเพื่อน LINE @samsocialamc เพื่อตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนการใช้งาน โดยกรอกเลขบัตรประชาชน 2. ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนบัตรประชาชนและสแกนใบหน้า 3. ตั้งรหัสเข้าใช้งานและยืนยัน OTP 4. การเลือกแผนชำระหนี้ที่เหมาะสมตามความสามารถของตนเอง โดยมีให้เลือก 2 มาตรการที่ผ่อนปรน คือ มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” ลดเงินต้นสูงสุด 50% และปิดบัญชีในทันที และ มาตรการ “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” ลดเงินต้น 30% ไม่มีดอกเบี้ย ผ่อนได้นานสูงสุด 3 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่โครงการกำหนด 5. ตรวจสอบและลงนามสัญญา และ 6. ชำระเงินตามแผนชำระหนี้ที่ได้เลือกไว้โดยการสแกนผ่าน QR Code ทั้งนี้ ลูกค้าที่เลือกมาตรการ “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” การเข้าร่วมโครงการช้าอาจส่งผลให้ระยะเวลาผ่อนลดลงตามระยะเวลาที่เหลือของโครงการ เนื่องจากระยะเวลาการผ่อนชำระของลูกหนี้แต่ละรายจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ลูกหนี้เริ่มเข้าโครงการฯ
ทำธุรกรรมผ่าน LINE มีความปลอดภัยสูง
อย่างไรก็ตาม SAM ยังเตือนว่า ผู้ที่เลือกผ่อนชำระควรเข้าร่วมโครงการโดยเร็ว เพราะระยะเวลาผ่อนจะลดลงตามเวลาที่เหลือของโครงการ ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่เข้าช้าจะมีเวลาผ่อนน้อยลงตามไปด้วย
อีกประเด็นที่ SAM พยายามสร้างความเชื่อมั่น คือ เรื่องความปลอดภัยของระบบออนไลน์ โดยระบุว่าการทำธุรกรรมผ่าน LINE @samsocialamc อยู่ภายใต้มาตรฐานการยืนยันตัวตนที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางดิจิทัลอย่างปลอดภัย
คุุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ
สำหรับผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นลูกหนี้รายย่อยบุคคลธรรมดาที่มีสถานะเป็น NPL เกิน 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ครอบคลุมหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้ไม่มีหลักประกันบางประเภท โดยมียอดหนี้รวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรืออยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังของ ปปง.
นอกจากช่องทาง LINE แล้ว ลูกหนี้ยังสามารถตรวจสอบสิทธิ์เข้าร่วมโครงการด้วยตนเองผ่านช่องทางอื่นๆ ได้แก่ เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) www.bot.or.th/cleardebt และเว็บไซต์ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด www.sam.or.th เพียงกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน และหากลูกหนี้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด ระบบจะลงทะเบียนการเข้าร่วมโครงการให้โดยอัตโนมัติทันที จากนั้นลูกหนี้จะได้รับการติดต่อผ่านทาง SMS จาก ธปท. และ SAM เพื่อยืนยันว่ามีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขและสามารถเข้าร่วมโครงการได้ พร้อมระบุให้ลูกหนี้แอดไลน์ @samsocialamc หรือหากลูกหนี้ไม่สะดวกในการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SAM Contact Center 1443 กด 6 รวมทั้งติดตามข่าวสารได้ทาง FB บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท
ในวันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับบริการทางการเงินมากขึ้น โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่ “ระบบช่วยปิดหนี้” แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของการแก้ปัญหาหนี้ไทยจากรูปแบบเดิม ไปสู่บริการดิจิทัลที่ง่ายขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น และอาจกลายเป็นต้นแบบของการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในอนาคตได้เช่นกัน

















