วันพฤหัสบดี, 14 พฤษภาคม 2026 | 5:00 pm
spot_img
วันพฤหัสบดี, 14 พฤษภาคม 2026 | 5:00 pm
spot_img

ครั้งแรกของประเทศไทย!งานประชุม ‘Thailand Reinsurance Conference (TRC) 2025’ งานใหญ่แห่งปีด้านการประกันภัยต่อ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางประกันภัยและประกันภัยต่อของภูมิภาคอาเซียน

สมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) ร่วมกับสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย (TIBA) เป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุม “Thailand Reinsurance Conference (TRC) 2025” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 800 คน จาก 24 ประเทศ 4 ทวีป มี Partner จากบริษัทประกันภัยต่อและบริษัทนายหน้าประกันภัย กว่า 37 บริษัท ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติด้าน “ประกันภัยต่อ” (Reinsurance) ครั้งประวัติศาสตร์ของไทย ที่มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้รับประกันภัยต่อ นายหน้าประกันภัยต่อ และบริษัทประกันภัยจากทั่วโลก เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางประกันภัยและประกันภัยต่อของภูมิภาคอาเซียน อย่างแท้จริง โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กล่าวปาฐกถาพิเศษ นอกจากนี้ยังมีวิทยากรทั้งในและต่างประเทศร่วมบรรยายอีกกว่า 12 หัวข้อ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า การประชุม “Thailand Reinsurance Conference 2025” หรือ “TRC 2025” ถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย เพราะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้จัดเวทีด้าน “ประกันภัยต่อ” (Reinsurance) ระดับนานาชาติขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 800 คน จาก 24 ประเทศ 4 ทวีป และจะมีการจัดประชุมนี้เป็นประจำทุก ๆ 2 ปี เพื่อสร้างเวทีระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้รับประกันภัยต่อและนายหน้าประกันภัยต่อจากทั่วโลกได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของตลาดประกันภัยไทยและภูมิภาคอาเซียนโดยตรง พร้อมทั้งเป็นช่องทางให้บริษัทประกันภัยในประเทศได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และขยายความร่วมมือทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดเชื่อมโยงของตลาดประกันภัยในภูมิภาคและระดับโลกอย่างแท้จริง

แนวคิดในการจัดประชุม TRC เริ่มต้นขึ้นในปี 2567 โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยของประเทศให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล จึงริเริ่มแนวคิดในการสร้างเวทีระดับนานาชาติ เพื่อให้ผู้รับประกันภัยต่อ (Reinsurers) และนายหน้าประกันภัยต่อ (Reinsurance Brokers) จากทั่วโลกได้เข้ามาทำความเข้าใจตลาดประกันภัยไทยและอาเซียนอย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้บริษัทประกันภัยของไทยได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสริมสร้างความร่วมมือ และพัฒนาศักยภาพร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อยกระดับประเทศไทยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางประกันภัยและประกันภัยต่อของภูมิภาคอาเซียน (Regional Hub for Insurance and Reinsurance) อย่างมั่นคงและยั่งยืน

สมาคมฯ มุ่งมั่นที่จะทำให้ประเทศไทยมีเวทีที่สะท้อนศักยภาพของตลาดประกันภัยไทยในระดับภูมิภาคและเชื่อมโยงกับโลกอย่างแท้จริง โดยในปี 2567 ประเทศไทยมีเบี้ยประกันภัยต่อรวมมูลค่า 91,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของการเติบโตและความแข็งแกร่งของระบบประกันภัยไทย ขณะที่ในปี 2568 ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยโลก ทั้งนโยบายการเงิน การค้า และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยยังคงดำเนินไปอย่างมั่นคง สามารถรักษาสภาพคล่องและความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงพัฒนาการของระบบประกันภัยไทยที่กำลังก้าวสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนมากขึ้นในทุกมิติ

ทั้งนี้ในปี 2566 – 2567 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่หลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมใหญ่ใน 37 จังหวัด จากพายุ Kajiki ที่สร้างความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรมและทรัพย์สิน การเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูดในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในวงกว้าง รวมถึงภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 40% ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องเฉพาะพื้นที่อีกต่อไป แต่เป็น “ความเสี่ยงเชิงระบบ” (Systemic Risk) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งประเทศ และเป็นบททดสอบของระบบการเงินและประกันภัยของไทยว่ามีความพร้อมเพียงใดในการรับมือกับ “ความไม่แน่นอนถาวร” (Permanent Uncertainty) ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยได้ทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ รวมถึงการผลักดันการพัฒนาประกันภัยพืชผลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของ “ระบบประกันภัยต่อ” ที่อยู่เบื้องหลังความมั่นคงของทั้งระบบ การประกันภัยต่อจึงเปรียบเสมือน “กลไกแห่งเสถียรภาพ” (Mechanism of Stability) ที่ช่วยให้ระบบประกันภัยของไทยสามารถรับมือกับความผันผวนจากภัยธรรมชาติ วิกฤตเศรษฐกิจ หรือภัยคุกคามในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการรับประกันภัย การเสริมความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy) การพัฒนาแบบจำลองความเสี่ยงภัยพิบัติ (Catastrophe Risk Model) และการเข้าถึงนวัตกรรมระดับโลก จึงอาจกล่าวได้ว่า “การประกันภัยต่อคือกลไกแห่งความมั่นคง และหัวใจของความยั่งยืน” ที่ทำให้ระบบประกันภัยไทยสามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในทุกมิติ

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ภาคธุรกิจประกันภัยจำเป็นต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อยกระดับระบบประกันภัยต่อให้เติบโตไปพร้อมกับทิศทางของประเทศและภูมิภาค และภายใต้การสนับสนุนของพันธมิตรกว่า 37 องค์กร การจัดการประชุม TRC 2025 จึงนับเป็น “จุดเริ่มต้นสำคัญของการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางประกันภัยและประกันภัยต่อของภูมิภาคอาเซียน”

การประชุม Thailand Reinsurance Conference (TRC) 2025 จึงเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ภาคเอกชน และพันธมิตรระดับโลก เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจที่ไร้ขีดจำกัด และร่วมกันวางแนวทางใหม่ในการเสริมสร้าง “Catastrophe Resilience” และพัฒนา “Parametric Insurance” ให้กับประเทศไทย พร้อมทั้งผลักดันแนวทาง ESG ให้เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอของทุกบริษัทประกันภัย ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการประกันภัยและประกันภัยต่อในระดับภูมิภาคและระดับโลก อันสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศผู้นำที่พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

สมาคมประกันวินาศภัยไทย ขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรในอุตสาหกรรมจากทั่วโลก ที่ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม “Thailand Reinsurance Conference 2025” เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และเปี่ยมด้วยโอกาส พร้อมสานต่อภารกิจในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบประกันภัยของประเทศ และยกระดับประเทศไทยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการประกันภัยต่อของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง

Dr. Somporn Suebthawilkul, President, Thai General insurance Association

Dr. Benjarong Suwankiri Vice Minister for Finance

Mr. Chuchatr Pramoolpol, Secretary-General, Office of Insurance Commission

Mr. Chadchart Sittipunt, Governor of Bangkok, Bangkok Metropolitan Administration

Mr. Oh Tian Yu, Vice President, Team Lead Client Underwriting, Swiss Re

Dr. Pennung Warnitchai, Professor of Structural Engineering, Asian Institute of Technology (AIT)

Dr. Sukallaya Kasem, Expert on Agricultural Natural Resources Economics Office of Agricultural Economics (OAE)

Mr. Patompob Suwansiri, Chief Executive Officer, Thaicom Public Company Limited

ข่าวล่าสุด

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img

บริษัท ไม่ลองไม่รู้ จำกัด เลขที่ 108/240 หมู่ที่ 2 หมู่บ้านพฤกษาวิลล์56 ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210

E-Mail : anchaliphon.k@gmail.com

T. 081-666-6822

จำนวนผู้เข้าชม : 1,664,760

[gtranslate]

©2020-2022 www.worldbusiness-th.com